ค่ำไหนนอนนั้น ชีวิตเหมือนจะสุข แต่คุณรู้ไหมไม่ใช่เรื่องง่ายที่นอนที่ไหนก็ได้ บางคนป่วย บางคนเจ็บปวดในชีวิต นี่แหละชีวิตเพื่อน #ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ #ผู้ป่วยข้างถนน #มูลนิธิอิสรชน #สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน #มองคนเท่ากัน เพียงใครสักคนที่มองเห็นเป็นเพื่อนกัน
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Homeless ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ สนามหลวง ซีรีส์เกาหลี นที สรวารี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Homeless ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ สนามหลวง ซีรีส์เกาหลี นที สรวารี แสดงบทความทั้งหมด
4 มิถุนายน 2557
28 ธันวาคม 2554
รายงานสรุปรายรับรายจ่ายของอิสรชนประจำปี 2554
ในปี 2554 ที่ผ่านมา มียอดบริจาคจำนวนทั้งสิ้น 451,687.50 บาท โดยที่สมาคมฯได้รับเงินสนับสนุนโครงการ และเงินบริจาค จากบุคคลทั่วไป การตั้งกล่องรับบริจาค เพื่อนำมาใช้จ่ายในโครงการต่าง ๆ ของสมาคมมีรายรับเป็นเงินบริจาคดังกล่าว 451,687.50 บาท จึงทำให้สมาคมฯมีงบประมาณทั้งสิ้น 451,687.50 บาท ณ วันที่ 20 ธันวาคม 2554 แต่สมาคมฯมีค่าใช้จ่ายในโครงการและส่วนงานต่าง ๆ เป็นจำนวนเงิน 494,075.18 บาท โดยมียอดเงินคงติดลบสุทธิ 42,075.18 บาท ยอดเงินดังกล่าวเป็นค่าความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมใน ปี 2554 ซึ่งสมาคมฯจำเป็นต้องย้ายสำนักงานจากที่เดิม จังหวัดนนทบุรี มาอยู่ที่เขตคันนายาว ทำให้เสียค่าปรับกรณีอยู่ไม่ครบตามสัญญา 16,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการขนย้ายอุปกรณ์รวมถึงการซื้ออุปกรณ์เพื่อทดแทนอุปกรณ์สำนักงานเดิมที่เสียหายจากน้ำท่วมและการขนย้ายจำนวน 26,387.68 บาท โดยเป็นเงินสำรองยืมจากเจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ และในปี 2555 สมาคมฯ ประมาณการค่าใช้จ่ายไว้ที่ขั้นต่ำเดือนละ 25,000 - 35,000 บาท เพื่อดำเนินงานให้ครบถ้วน ภายใต้ "มูลนิธิอิสรชน"

การดำเนินงานก็ยังทำอยู่อย่างต่อเนื่อง ท่านใดจะร่วมสนุบสนุนการทำงานของอิสรชน ยังสามารถทำได้โดยการโอนเงินผ่านบัญชีของ สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน ธนาคารกรุงไทย สาขา ปิ่นเกล้า เลขที่ 031-0-03432-9 สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณอัจฉรา 086 687 0902
เดี๋ยวมือ เดี๋ยวเท้า15 ธันวาคม 2554
เทศกาลแห่งความสุข ..กับชีวิตข้างถนนในที่สาธาณะ
เมื่อเทศกาลปีใหม่เข้าเยือนอีกครั้ง หลาย ๆ คนมองหาของขวัญที่จะมอบให้กัน ซื้อบางคนก็เลือกสรรค์ ซื้อของขวัญให้กับตัวเอง ซึ่งเป็นช่วงของเทศกาลของขวัญจริง ๆ
แต่เมื่อมองกลับมายังผู้ที่ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ที่นอนตามถนน ตามที่สาธารณะ เขาไม่ได้เคยได้รับของขวัญที่เขาอยากได้ หรือแม้แต่เขาพยายามเสาะหาของขวัญแต่สุดท้ายของขวัญนั้นก็ไม่ได้มีอยู่จริง
ที่ผู้เขียนกล่าวถึงของขวัญของคนที่ออกมาใช้ชีวิตในที่สาธารณะ อยากจะบอกว่าของขวัญที่เราอยากได้ สักวันเราต้องหามาได้ แต่คนที่ออกมาใช้ชีวิตในที่สาธารณะ สุดท้ายแล้วขอขวัญของเขามันไม่มีอยู่จริง
หลายคนจะถามว่า ทำไม ทำไม คนถึงออกมาอยู่ที่ถนน ออกมาอยู่ในที่สาธารณะ แต่สังคมก็จะมองไปว่า เขาไม่มีบ้าน เขาไม่มีเงิน มองแค่ 2 ปัญหา ซึ่งมันเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งและส่วนน้อย จากการทำงานกับคนสนามหลวงมากกว่า 10 ปี อิสรชน พบว่า คนที่ออกมาอยู่ที่ถนนสุดท้ายแล้วเขาไม่ใช่ปัญหา แต่เขาเป็นปลายปัญหา และสิ่งที่นำพาเขามาข้างถนน ในที่สาธารณะ คือ การที่เขาไม่สามารถจัดการกับความเป็นปัจเจกของตนเองได้
กล่าวคือ อย่างกรณีคนที่ใช้ชีวิตในที่สาธารณะที่อุดรธานี ก็ไม่ต่างจากที่กรุงเทพฯ ลุงคนหนึ่งที่อุดรธานี ณ วันนี้อาศัยรถสามล้อเก่า ๆ เป็นบ้านนอนอยู่ในวัดโพธิ์(ไม่แน่ใจชื่อวัดแต่จำได้คราว ๆ )ตัวเมืองอุดรธานี เขาไปพูดคุย กล่าวคือ คุณลุงเป็นคนโคราช เก็บเงินเพื่อจะมาสู่ขอ เดินจากโคราชมาอุดรธานี สุดท้ายไม่ได้แต่งานกับผู้หญิงที่ตนเองรัก เอาเงินที่จะมาสู่ขอใช้ชีวิตในอุดรธานี จนทุกวันนี้ แกเร่ร่อนมา 50 ปี
คนเร่ร่อนที่อุดรธานี เดินมาจากโคราชเมื่อ 50 ปีที่แล้ว วันนี้อายุ 85 ปี มาเพื่อขอสาวแต่งงาน แต่ไม่ได้แต่งาน ซื้อสามล้อไว้ทำงาน ปัจจุบันเริ่มป่วยทางสมองแล้ว อยู่ที่วัดโพธิ์ฯอุดรธานี ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะที่กรุงเทพฯ ก็เช่นกัน บางคนออกมาเพื่อตามหาบางอย่าง แต่เมื่อไม่พบ ไม่ได้ ก็ไม่กลับบ้าน เพราะจะรอจนกว่าจะได้สิ่งนั้น สาวโรงงานเป็นสาวสวยเมืองอุดรธานีเช่นกัน แต่อยู่ใน อ.เพ็ญ ดั้งด้นออกมาอยู่เมืองกรุง เพื่ออยากได้ อยากมี เหมือนคนที่เขาเข้ามาแสวงหาโชคในเมืองกรุงแล้วประสบความสำเร็จ มีเงิน มีทองกลับบ้าน สร้างบ้านได้ใหญ่โต แต่เมื่อ เขาเข้ามาค้นหาในเมืองแต่มันไม่ได้เป็นอย่างภาพที่เขาสร้างไว้ สุดท้ายพอตกงาน ไม่มีทางไปก็มาใช้ชีวิตอยู่ที่ข้างถนน หรือที่สวนสาธารณะ บางคนในกรณีนี้ถ้าไม่มีหนทางจริง ๆ ก็เข้าสู่เส้นทางของพนักงานขายบริการ ทำไมไม่กลับบ้านหลายคนถาม แต่ถ้ามองไปที่วัฒนธรรม หรือเรื่องของศักดิ์ศรี คนต่างจังหวัดส่วนมากคาดหวังกับคนที่มาแสวงหาโชคในเมืองกรุง โดยเฉพาะคนที่เป็นหญิง เห็นได้จากช่วงเทศกาลต้องมีของติดไม้ติดมือกลับบ้าน หรือแม้แต่ข้านิยมว่าลูกต้องเรียนหมอ เป็นข้าราชการ ซึ่งสังคมไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้คนออกมาอยู่ที่สาธารณะ เมื่อเขาไม่เป็นอย่างความตั้งใจ บางคนก็จมไม่ลง อย่างกรณีที่ตนเองเรียนมาสูง จบปริญญาตรี พอตกงาน ไม่มีที่ไป แต่พอให้ไปเป็นยามก็ทำไม่ได้ ในกรณีนี้บางคนก็มีก็เป็น
ซึ่งสุดท้ายแล้วบางคนมองว่าเป็นปัญหาที่ถ้าเป็นเรา บางทีก็แก้ไขได้ ใช่ถ้าเอาเราวัด แต่ถ้าเรามองอย่างเป็นจุดศูนย์กลาง สังคมถูกสอนมาเช่นไร การถูกปลูกฝัง ค่านิยม ความเชื่อ ล้วนกลายเป็นเครื่องกำหนดคนแทน นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้คนออกมาอยู่ในที่สาธารณะ แต่เป็นส่วนใหญ่ อีกกรณีที่เราพบคือ กรณีผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตและทางสมองที่ไม่รู้ว่าตนเองป่วย หรือว่าป่วยมากแต่ไม่มีคนดูแล ก็ออกมาอยู่ที่สนามหลวง บางคนก็ป่วยจนไม่รู้ว่าตนเองเป็นผู้ป่วยที่เราเดินอยู่ที่ตามท้องถนน หัวยุ่ง ๆ ใส่เสื้อขาด ๆ เดินไม่รับรู้โลกภายนอก บางคนญาติก็ตามหา บางคนญาติก็ไม่ตามหา
อีกกรณีคือผู้ที่รักความเป็นอิสระ ความเป็นส่วนตัวสูง เมื่อเขาเสร็จภารกิจในครอบครัว หรือคนที่ดูแลไม่ต้องห่วงใยก็ออกมาเป็นคนในที่สาธารณะ อย่างกรณีล่าสุดที่เพิ่งเสียชีวิต สร้างบ้านทรงไทยไว้ให้ลูกเมียอยู่ พี่น้องเป็นกำนัน เป็นผู้ใหญ่ นามสกุลศรียานนท์ ก็ออกมาใช้ชีวิตในที่สาธารณะ จนเสียชีวิตริมคลองหลอด ทางอิสรชนได้ไปร่วมงานศพที่ญาติเขาจัดให้เมื่อรู้ว่าตายอิสรชนติดต่อญาติและญาติก็จัดทำศพ คนมาร่วมงานกว่า 200 คน นี้ก็เป็นโชคดีของพี่เขา แต่บางกรณีที่มีคนสนามหลวงเสียชีวิตเฉลี่ยเดือนละหนึ่งราย บางคนตามญาติได้ก็ดี ถ้าญาติรับทำศพ แต่บางคนญาติไม่รับทำศพแต่ถามว่าคนนี้มีเงินเก็บที่ไหน อิสรชนจึงเป็นฝ่ายที่ทำศพให้แทน แต่บางศพที่ไม่มีญาติ ไม่สามารถตามญาติได้ ก็กลายเป็นศพไม่มีญาติ
s เรื่องราวที่ผู้เขียนเขียนมานี้ เป็นส่วนหนึ่งที่หลายคนถามว่าทำไมคนถึงมาอยู่ที่สาธารณะ ซึ่งในความเป็นจริง คนทุกคนมีบ้าน เกิดมามีครอบครัว ถึงแม้จะครอบครัวแท้ ๆ หรือครอบครัวอุปถัมภ์ก็ตาม แต่คุณไม่ได้โดดเดี่ยว แต่การที่ออกมาโดดเดี่ยว คือ การที่เขาไม่สามารถจัดการกับความเป็นปัจเจกของตนเองได้ บางปัญหาของเขาที่เรามองหรือได้รับฟังสังคมก็มองว่า ปัญหาแค่นี้ไม่สามารถจัดการได้ แต่ในความเป็นจริงคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน การจัดการปัญหาหรือหาทางแก้จึงไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นคำพูดที่ว่า “การตัดสินใจคนจากภายนอก ไม่ได้”เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สุดท้ายคนที่เป็นผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะยังมีคงตามหาของขวัญของตนเองอยู่และบางคนก็ออกมาตามกาเรื่อย ๆ แต่บางคนที่หาเจอก็กลับคืนสู่ครอบครัว อิสรชนเราเป็นเพียง คนแนะนำของขวัญที่หลากหลายเพื่อให้เขาได้เลือกหาได้เร็วขึ้น แต่ไม่สามารถนำของขวัญไปให้เขาได้ สุดท้ายเขาต้องเลือกหาด้วยตัวเขาเอง
นั่นคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปีแล้วปีเล่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่ กลุ่มอิสรชน เป็นกลุ่มคนเล็ก ๆ ที่เริ่มตัดสินใจเริ่มงานกับคนยากไืร้ในเขตกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เมื่อปี 2539 เรื่อยมาจนในปี 2548 ได้ก่อตั้งเป็น สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน ก็ยังทำงานอย่างต่อเนื่องโดยเน้นการทำงานมาที่กลุ่ม คนเร่ร่อน คนไร้บ้าน (สรรพนามที่เรียกในขณะนั้น) และในปี 2553 เราได้ กำหนดสรรพนามเรียกกลุ่มพลเมืองที่เราทำงานด้วยว่า "ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ" และ เริ่มวางแผนการดำเนินงาน จดทะเบียนเป็น มูลนิธิ ภายใต้ชื่อ "มูลนิธิอิสรชน" จนแล้วเสร็จเมื่อ วันที่ 18 ตุลาคม 2554 ตามทะเบียนเลขที่ กท ๒๑๓๑
จากการทำงานที่เฝ้าติดตามพฤติกรรม วิถีชีวิต ของผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบัน ครบ 10 ปี ของการดำเนินงานภายใต้ โครงการสนามหลวง ที่ใช้พื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมือง เป็น "ห้องวิจัยทางสังคม" พบว่า ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะของประเทศไทยมีความเหมือนและความแตกต่างกับ คนเร่ร่อน คนไร้บ้าน ในประเทศต่าง ๆ ในหลากหลายแง่มุม แต่มีจุดร่วมที่เหมือนกันนั่นคือ ความปรารถนาที่จะให้สังคมยอมรับในตัวตนการมีอยู่ของพวกเขาในฐานะพลเมือง ที่ควรได้รับการยอมรับและมีสวัสดิการพื้นฐานจากรัฐเสมอภาคเท่ากับคนอื่น ๆ และนั่นคือภาระกิจที่หนัดหน่วงต่อเนื่องและยากลำบากภายใต้โครงสร้างของสังคมที่ไม่มีความเป็นธรรมอย่าประเทศไทย เพราะเพีนงเฉพาะ คนทั่วไปที่อยู่ในโครงสร้างสังคมปกติ ก็ยังไม่ได้รับสิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมาอย่างเสมอภาคและเท่ากัน สังคมไทยเป็นสังคมที่ยกย่องอำนาจ วาสนา บารมี ยศศักดิ์ และความร่ำรวย มากกว่าจะมองเห็นกันที่คุณค่าความเป็นคนหรือพลเมืองที่เท่ากัน

ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขของประเทศในแต่ละเทศกาล จะพบว่ายังมีคนจำนวนมาก นอนหนาวเหน็บอยู่ข้างถนน บางช่วงบางปี มีคนเสียชีวิตบนเก้าอี้นั่งข้างถนนสายสำคัญของประเทศโดยที่ไม่มีใครรู้จนกระทั่งผ่านไป 1 หรือ 2 วัน ชีวิตข้างถนนในที่สาธารณะที่คนในสังคมตรีตรา ตราหน้าว่า พวกขี้เกียจ ขี้ยา ขี้เหล้า ขี้ขโมย โดยไม่ได้ศึกษาสาเหตุที่แท้จริงและร่วมกันหาทางแก้ไขเยียวยาและฟื้นฟู ภาระกิจเหล่านี้ ยังจะคงอยู่อน่างต่อเนื่องและอาจเพิ่มความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น หากเรายังไม่ตระหนักรู้และคืนความเสมอภาคให้แก่สังคม หากเรายังปล่อยให้ มีการยกย่องเชิดชูบูชากันแบบผิด ๆ อยู่อย่างนี้ วันหนึ่งคนที่ออกมาใช้ชีวิตข้าถนน ในที่สาธารณะจะเพิ่มจำนวนขึ้นจนยากที่จะแก้ไข วันนี้ คุณมองเห็นพวกเขาแล้วหรือยัง
7 ตุลาคม 2554
ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดและเห็น
ทำไมถึงไล่พวกเขา คนจน คนที่บาดเจ็บจากสังคม คุณจะไม่ให้เขามีที่ยืนในสังคมเลยหรือ ทุกวันนี้เขาก็ถูกมองข้ามจากสังคมอยู่แล้ว การดิ้นรนเพื่อเลี้ยงชีวิตวันละพอกิน พออยู่ ตามกำลัง กับชีวิตครอบครัวที่ต้องคอยเลี้ยงดู คุณภาพชีวิตของเขาไม่มี เขาขอเพียงที่หลับนอนที่สนามหลวง แต่วันนี้คุณขอสนามหลวงให้กับคนส่วนใหญ่ ที่มีรถ ที่มีบ้าน แล้วเขาละ จะอยู่ที่ไหน จะเยียวยาอย่างไรก็ช่าง ไม่เดือดร้อนคุณใช่ไหม ผู้บริหารกทม. ทั้งหลาย.
จากที่เคยมีนักวิชาการบางท่านนำเสนองานวิจัยที่อ้างว่าทำจากฐานการลงทำงานในพื้นที่โดยเฉพาะสนามหลวงอย่างลงลึกและเกาะติดอย่างต่อเนื่องกว่า 2 ปี และนำเสนองานจนเป็นที่กล่าวขานกันในหมู่นักวิชาการด้านมานุษยวิทยาและสังคมวิทยาว่าเป็นงานวิจัยที่ยอดเยี่ยมฉบับหนึ่งนั่น ในฐานะที่อิสรชน ก็ถือได้ว่าทำงานกับกลุ่มคนเร่ร่อนไร้บ้านอย่างยาวนานและต่อเนื่ององค์กรหนึ่ง ขออนุญาตแสดงความเห็นทั้งที่สอดคล้องในทิศทางเดียวกันและเห็นแย้งในอีกมุมหนึ่งที่มองจากมุมของคนเร่ร่อนไร้บ้านเองไม่ได้มองจากมุมที่คนนอกมองเข้ามาเพียงอย่างเดียว
ถึงบ้าก็น่ารัก เมียมีอาการทางจิต ที่ไม่สื่อสารกับใคร แต่สามีก็ดูแลกันและกันเสมอมากว่า 10 ปี รูปแบบการทำงานของอิสรชนออกจะค่อนข้างนิสัยเสียในด้านของการลงไปฝังตัวแบบลึกถึงลึกมากกับกลุ่มเป้าหมายที่เราทำงานร่วมด้วย เข้าทำนอง ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมกิน ร่วมอยู่ ร่วมนอน กันเลยทีเดียว สิ่งที่เราพบเห็น พบเจอ มีทั้งมุมที่สอดคล้องกับ นักวิชาการท่านนั้น อ้างในงานวิจัย และยังมีมุมที่ผิดแผกแตกต่างออกไปเกือบจะสุดขั้วเลยด้วยซ้ำไป
แม้ว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับที่ผ่านความเห็นชอบในมาตรา 55 จะระบุถึงมาตรฐานขั้นต่ำ (สสร.บางคนออกมาบอก) ที่ รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้รัฐบาลที่เข้ามาบริหารหลังจากมีการเลือกตั้งทั่วไปที่จะถึงนี้ นำไปกำหนดเป็นนโยบายในการบริหารประเทศ แต่ถามว่าจะมีพรรคการเมืองใดจะให้บริการแก่กลุ่มผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะเป็นอันดับต้น ๆ ในเมื่อกลุ่มคนเหล่านี้ ไม่ได้ออกมาใช้สิทธิ์ตามหน้าที่ในการละคะแนนเสียงเลือกตั้งพวกเขาเข้ามาบริหารประเทศ ?? ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ก็ ต้องเป็น ประชากรที่ต่ำกว่าประชากรชั้นสามด้วยซ้ำไป คือพวกที่ต้องแอบขึ้นรถไฟ เพราะตั๋วโดยสารไม่มี หรือมีแต่หล่นตกหายไปแล้ว ครั้นจะเสียค่าปรับเพื่อได้ตั๋วใหม่ก็ ไม่มีค่าปรับ ไม่มีใครรับรองว่า เป็นคนเคยมีตั๋วมาก่อน ถึงขนาดบางทีอาจจะต้องโดนเชิญลงจากรถในสถานีถัดไป สู้ ไม่ ไปไหน อยู่กับที่ดูน่าจะมีความสุขกว่า ไม่ต้องดิ้นรนอะไรให้ต้องเสียความรู้สึกไปเปล่า ๆ
ลุงชัยพรตอนนี้กลับมาอยู่ที่บ้านมิตรไมตรี มาเป็นอาสาสมัครสอนพิเศษภาษาอังกฤษ วันนี้แวะมาเยี่ยมอิสรชนที่สนามหลวง ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะที่ อิสรชนพบเจอในการทำงาน ไม่ใช่พวกสิ้นไร้หนทางในการดำเนินชีวิตไปเสียทั้งหมด หากแต่ หลายคนโดนกระทำจากสังคม จากชุมชน จากครอบครัว จากคนรอบข้าง จนทำให้เขา หมดอาลัยตายอยากในชีวิตก็มีไม่น้อย หลายคนออกจากบ้านเพราะไม่อยากเป็นภาระของลูกหลาน หรือพี่น้อง หลายคน ได้รับความกดดันจากสังคมและชุมชนที่อาศัยอยู่ ไม่ได้เป็นที่ต้องตั้งใจจะออกมาเป็นภาระของสังคมด้วยซ้ำไป หลายคนที่อิสรชน ได้มีโอกาสพูดคุยด้วยก่อนที่เขาจะหายตัวไปจากสนามหลวงหรือที่สาธารณะแห่งอื่น ๆ เป็นคนที่มาจากครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะดี มีการศึกษา แต่ ก็ พอใจที่จะออกมาใช้ชีวิตที่จะแสวงหาคำตอบของชีวิตด้วยตัวของเขาเอง ในรูปแบบของเขาเอง
รูปนี้พอจะสู้หนุ่มจีนไหวไหมค่ะ น้องอาสาสมัครถ่ายไว้เมื่อปีที่แล้วตอนเจอที่สยามก่อนมาพบกันในสนามหลวงปีนี้ ตอนเอาภาพให้เจ้าตัวดูเขานั่งนึกตั้งนาน จนไม่ยอมกินข้าวไข่เจียวที่ซื้อให้ แต่หันมาพูดเพียงประโยคเดียวว่า "หล่อ" ชมตัวเองด้วย ความน่ารักของผู้ป่วยข้างถนน ที่เราเริ่มต้นคุยได้เกือบเดือน จนวันนี้มานั่งเฝ้าเราทุกวันที่ลงพื้นที่ หลายคนออกมาใช้ชีวิตอย่างอิสระนานวันเข้า ความคิดที่เคยมีกรอบกักขังเขาไว้ ก็ เริ่มเลือนรางและหายไปในที่สุด เขาประกาศตัวเป็นไทจากพันธนาการทางสังคมที่ห่อหุ้มเขาเอาไว้ตั้งแต่แรกเกิด ใช้ชีวิต โดยไม่ ติดยึดกับกรอบเดิม ๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาอยู่นอก หรือเหนือกฎหมาย เพียงแต่ เขาไม่ยอมอยู่ภายใต้ การตีตราของสังคมว่า เขาเป็นภาระหรือเป็นขยะสังคมอย่างที่หลาย ๆ คนมองและพิพากษาเขา
หากวันใดคุณมีโอกาสหรือผ่านไปในที่ที่ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะที่ เขาใช้ชีวิตอย่างมีความสุข อยู่กันแบบครอบครัว เนื้อตัวอาจจะดูสกปรกและมอมแมมไปบ้าง ก็ ขออย่าได้มองอย่างพิพากษาเขาว่า เขา เป็นอย่างที่ ใครเคยบอกคุณต่อ ๆ กันมา ลองมองในมุมที่อิสรชนมอง แล้วคุณเอง จะมีรอยยิ้มแห่งความปิติปรากฎขึ้นทันทีโดยไม่รู้ตัว
คุณลุงที่มาเป้นยามแล้วถูกโกง ตอนนี้ก็ต้องดิ้นรนใช้ชีวิตในที่สาธารณะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)