18 มิถุนายน 2556

เพียงแค่กล้าที่จะเริ่ม

งานที่เราทำอยู่ แม้สังคมไทยยังมองว่ามันแปลก ใหม่ แต่ต่างประเทศเขาก็ทำมานาน แต่เราเพียงกล้าเริ่มที่จะเริ่มต้น เราเชื่อว่าสังคมจะรับรู้ และเข้าใจมากขึ้นกับความว่า "ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ" และ ความเท่ากัน #มูลนิธิอิสรชน




จงมอบรอยยิ้มของคุณให้กับใครบางคน
เพราะนั่นอาจเป็นแสงอาทิตย์อันอบอุ่น
ที่เขารอคอยมาตลอดทั้งวัน
มันคือยิ้มที่...เปลี่ยนโลกได้...
แม้ไม่ได้เปลี่ยนโลกทั้งใบ...
...แต่อย่างน้อย
มันก็เปลี่ยนโลกของเขาได้...
...มิใช่หรือ ?

Give someone one of your smiles,
It might be the only sunshine they see all day. 
It can change the world, 
may be not the whole world, 
but their world.

Make the Homeless Smile 

#Issarachonfoundation





3 มิถุนายน 2556

People live in Public area(PLIPA): รณรงค์ ความเท่ากัน

People live in Public area(PLIPA): รณรงค์ ความเท่ากัน: เพื่อน ๆ ในที่ต่าง ๆ มาร่วมรณรงค์ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ อาสามัคร หน่วยงานเอกชน คนมีชื่อเสียง หรือแม้แต่ตัวเขาเอง มาร่วมรณรงค์คำว่า  "ค...

รณรงค์ ความเท่ากัน

เพื่อน ๆ ในที่ต่าง ๆ มาร่วมรณรงค์ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ อาสามัคร หน่วยงานเอกชน คนมีชื่อเสียง หรือแม้แต่ตัวเขาเอง มาร่วมรณรงค์คำว่า

 "คุณ (ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ) กับ ฉัน เราเท่ากัน"
                                      "You (People live in public or Homeless) and Me The same" 

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.508419452559179.1073741839.206718382729289&type=3










 

 



จากคนจรจัด คนเร่ร่อน คนไร้บ้าน สู่ ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธาณะ : วาทกรรมที่ต้องเปลี่ยนเพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

           หลายคนคงคุ้นชินกับคำที่ใช้เรียกขานคนจรจัด คนเร่ร่อน และคนไร้บ้าน วิวัฒนาการของคำที่ใช้เรียกผู้คนที่เพียงใช้ชีวิตแตกต่างไปจากคนทั่วไปที่มีที่พักอาศัยที่เรียกว่าบ้าน ... จากเดิมที่เรียกกันอย่างสนิทติดปากว่า คนจรจัด จนเริ่มมีการคิดวาทกรรมใหม่ เพื่อลดแรงเสียดทาน ปรับเปลี่ยนจาก คนจรจัด ที่ ใช้คำเดียวกันนี้เรียกหมาจัดจัดด้วย ?? มาเป็นคำว่า คนเร่ร่อน เพื่อให้ฟังดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอีกนิดหน่อย จนเมื่อไม่นานมานี้ คำใหม่ วาทกรรมใหม่ ก็เกิดขึ้น คนไร้บ้าน ซึ่งเป็นความพยายามที่จะสะท้อนบอกว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มีเท่าเทียมกัน ต่างกันก็เพียง ที่อยู่ที่กิน อิสรชนเอง พยายามมองและเรียนรู้การใช้ชีวิตของเพื่อนพ้องกลุ่มนี้ อย่างลงลึกและพยายามเข้าถึงให้มากที่สุด จนเมื่อเวลบาผ่านมากว่า 5 ปี คำหนึ่งที่เรา ตั้งใจจะเสนอเป็นวาทกรรมให้คนในสังคมเรียกขานเพื่อนพ้องที่ใช้ชีวิตนอกบ้านว่า ผู้ที่ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ (People living in Public Areas) แทนคำเรียกขานอื่น ๆ ที่เคยใช้มา อาจจะยาวไปหน่อย แต่ มันมีความชัดเจนแบบไม่ต้องอธิบาย อะไรเพิ่มเติม


                การประดิษฐ์วาทกรรมใหม่ อาจจะไม่สามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนในสังคมได้ แต่อย่างน้อย ในเวลาที่ผ่านไป มุมมองที่คนทั่วไปมองไปที่ เขาเหล่านั้น ก็น่าจะเกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น มากกว่า การมองแบบตีตรา พิพากษาแบบที่ผ่าน ๆ มา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็ใช้โอกาสตรงนี้ เริ่มทำงานอย่างหนักหน่วงและจริงจังเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจไปพร้อม ๆ กับ การให้ความช่วยเหลือแบบยั่งยืน เพราะนับตั้งแต่ประเทศไทยเริ่มมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 1 มาจนถึงปัจจุบันเป็นฉบับที่ 11 แล้ว สิ่งหนึ่งที่รัฐไทยล้มเหลวมาโดยตลอดเห็นจะเป็นการให้บริการแก่พลเมืองขั้นพื้นฐานที่เรียกว่ารัฐสวัสดิการ ที่โดยมากรัฐไทยจะมุ่งเน้ไปที่การสร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ เป็นสำคัญให้ความสำคัญกับการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ในด้านจิตใจของพลเมืองน้อยมาก แม้ว่าจะมีการปรับตัวในภายหลังแต่ แผนพัฒนาเศรษฐกิจในยุคแรก ๆ ก็ยังเป็นต้นเหตุสำคัญของการก่อตัวของปัญหาสังคมในปัจจุบันอีกเป็นจำนวนไม่น้อย

                รัฐไทยเลือกที่จะจัดรัฐสวัสดิการแบบหยิบยื่นให้เปล่ามากกว่าการจัดรัฐสวัสดิการแบบมีส่วนร่วม จึงทำให้เป็นการสร้างนิสัยที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย และรัฐไทยเองก็ออกมากล่าวหาพลเมืองของตนเองจากผลงานที่ตนเองได้มีส่วนร่วมทำให้เกิดขึ้นไว้ในอดีต ??

ในยุคใหม่นี้ รัฐไทย และผู้เกี่ยวข้องต้องส่งเสริมการพัฒนาแบบยั่งยืน ไปพร้อม ๆ กันกับ การส่งเสริมการปรับทัศนสังคม ทัศนคติเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ที่ทำงานด้านการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสียใหม่ ให้มองคนอย่างเท่าเทียม มองที่ศักยภาพ ไม่ใช่มองที่ความต่างในพลังอำนาจการต่อรองเท่านั้น มิเช่นนั้น ก็ต้องมีการประดิษฐ์วาทกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อหลีกหนีทัศนคติของคนที่มองคนไม่ใช่คนอยู่ร่ำไป

ในสถานการณ์ล่าสุดของสังคมไทย ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ก็ยังถูกจัดให้อยู่ในระดับล่างสุดของการสร้างความเข้าใจของปัญหาพื้นฐานที่เขาควรจะได้รับ สะท้อนได้จากการปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยการเลือกปฏิบติอย่างรุนแรงเกินกว่าจะให้อภัยได้  ไล่รื้อไม่ให้คนเร่ร่อน คนไร้บ้าน ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ออกจากพื้นที่ คลองหลอด สนามหลวง แต่ อนุญาตให้ คนอีกกลุ่มหนึ่งเข้าใช้หลับนอนได้โดยไม่มีความผิด ?

6 สิงหาคม 2555

มูลนิธิอิสรชนกับสิ่งที่ทำมาโดยตลอด





มูลนิธิอิสรชน เกิดขึ้นจาก การทำงานของคนตัวเล็ก ๆ ในสังคมที่มุ่งมั่นสม่ำเสมอในการที่จะร้องบอกสังคมให้เห็นคนเท่ากัน มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนมีผู้ใหญ่ใจดีกลุ่มหนึ่งยอมรับที่มาเป็น คณะกรรมการมูลนิธิ เพื่อให้คำปรึกษา และสนับสนุนการทำงาน ให้ออกสู่สาธารณชนเพิ่มมากขึ้น เพื่อกระจายข่าวสารและเรื่องราวการทำงานออกสู่สังคม เพื่อให้คนทั่วไปหันกลับมามองปัญหาและมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการทำงานเพิ่มมากขึ้น

ชายชรายากจนที่ชายหาดบางเสร่
มูลนิธิอิสรชน มุ่งหวังที่จะทำงานจากการบริจาคของคนที่หลากน้าหลายความคิด แต่มีจิตใจและหัวใจที่เปิดกว้างมองเห็นคนยากไร้เป็นคนเท่ากัน ไม่แบ่งแยกสีผิว ชาติเชื้อ ความเชื่อ และอุดมการณ์ทางการเมือง โดยตั้งใจขอรับบริจาคเงินเพียงคนละเล็กคนละน้อย เพื่อนำมาเป็นทุนในการทำงานและดูแล "ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ" ในกลุ่มต่าง ๆ ได้แก่ คนเร่ร่อน คนไร้บ้าน ผู้ป่วยข้างถนน เด็กเร่ร่อน พนักงานบริการอิสระ คนยากไร้ข้างถนน โดยมุ่งเน้นให้เขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติเฉกเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ในสังคมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

มูลนิธิอิสรชน ทำงานภายใต้ความเชื่อมั่นและมั่นใจว่า คนไทยและคนหลากหลายเชื้อชาติ สามารถช่วยเหลือกันเองได้ เพียงรู้เรื่องราวและตัดสินใจแบ่งปันเงิน ข้าวของและโอกาส โดยที่ มูลนิธิอิสรชน ยินดีเป็นเสมือนสะพานในการเชื่อมโยงสิ่งเหล่านั้นเข้าถึงกัน ท่านสามารถสนับสนุนงบประมาณด้านต่าง ๆ ได้แก่

- ค่าตอบแทนคนทำงาน
- ค่าใช้จ่ายสำนักงาน
- ค่าใช้จ่ายการทำงานภาคสนาม
- ค่าใช้จ่ายพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ยากไร้
และอื่น ๆ ตามที่ท่านเห็นสมควร ซึ่งงบประมาณในการทำงานปกติที่ มูลนิธิอิสรชนใช้จ่ายอยู่เป็นเงินที่มาจากการบริจาค 100 % จากคนที่เชื่อมั่นและติดตามการทำงานของมูลนิธิอิสรชน มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในแต่ละเดือนจะมีรายจ่ายไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท ต่อเดือน

ใครอยากทำบุญ ในการทำงานกับผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ยังต้องการการมองเห็นจากสังคม การสนับสนุนจากสังคม ไม่ว่าจะด้วยแรงกาย การมาร่วมเป็นอาสาสมัคร เพราะเราเชื่อว่าการแบ่งปัน เรียนรู้ ไม่มีที่สิ้นสุด ติดต่อได้ที่ 086-687-0902 ค่ะ สอบถามข้อมูลนิธิอิสรชนหรือ แม้แต่แรงทุน การสนับสนุนการทำงาน
1.สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน เลขที่บัญชี 031-0-03432-9 ธ. กรุงไทย สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า หรือ
2. มูลนิธิอิสรชน 182-2-16241-6 ธ.ทหารไทย สาขาทองหล่อ

ย้ำกันก่อนจากชัด ๆ คนอิสรชน  ไม่ใช่คนทำดี เป็นแค่คนที่ทำงานที่ชอบที่รักแล้วมีความสุขเท่านั้นเอง

14 มิถุนายน 2555

ลงพื้นที่





อิสรชนทำงานกับผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ มองเขาว่าเท่ากัน กินเหมือนกัน แต่เขาขาดเพียงโอกาสที่จะเข้าถึงสิทธิที่เขาควรได้รับเท่ากันกับเรา การทำงานตอนนี้ยังเดินหน้าต่อไปคู่กับคนที่ออกมาสู่ถนนเพิ่มมากขึ้น แต่สังคมยังมองผ่านคนกลุ่มนี้เสมอ
เงินเพียงไม่กี่บาทในกระเป๋าท่าน ช่วยต่อยอดการทำงานของเราอย่างต่อเนื่องได้ ท่านสามารถร่วมแบ่งปันไปกับเราได้ที่
1.สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน เลขที่บัญชี 031-0-03432-9 ธ. กรุงไทย สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า หรือ
2. มูลนิธิอิสรชน 182-2-16241-6 ธ.ทหารไทย สาขาทองหล่อ
เราเชื่อว่าการแบ่งปันไม่มีที่สิ้นสุด โทร 086-687-0902
 

18 เมษายน 2555

มูลนิธิอิสรชนกับสิ่งที่ทำมาโดยตลอด



มูลนิธิอิสรชน เกิดขึ้นจาก การทำงานของคนตัวเล็ก ๆ ในสังคมที่มุ่งมั่นสม่ำเสมอในการที่จะร้องบอกสังคมให้เห็นคนเท่ากัน มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนมีผู้ใหญ่ใจดีกลุ่มหนึ่งยอมรับที่มาเป็น คณะกรรมการมูลนิธิ เพื่อให้คำปรึกษา และสนับสนุนการทำงาน ให้ออกสู่สาธารณชนเพิ่มมากขึ้น เพื่อกระจายข่าวสารและเรื่องราวการทำงานออกสู่สังคม เพื่อให้คนทั่วไปหันกลับมามองปัญหาและมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการทำงานเพิ่มมากขึ้น

ชายชรายากจนที่ชายหาดบางเสร่
มูลนิธิอิสรชน มุ่งหวังที่จะทำงานจากการบริจาคของคนที่หลากน้าหลายความคิด แต่มีจิตใจและหัวใจที่เปิดกว้างมองเห็นคนยากไร้เป็นคนเท่ากัน ไม่แบ่งแยกสีผิว ชาติเชื้อ ความเชื่อ และอุดมการณ์ทางการเมือง โดยตั้งใจขอรับบริจาคเงินเพียงคนละเล็กคนละน้อย เพื่อนำมาเป็นทุนในการทำงานและดูแล "ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ" ในกลุ่มต่าง ๆ ได้แก่ คนเร่ร่อน คนไร้บ้าน ผู้ป่วยข้างถนน เด็กเร่ร่อน พนักงานบริการอิสระ คนยากไร้ข้างถนน โดยมุ่งเน้นให้เขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติเฉกเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ในสังคมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


มูลนิธิอิสรชน ทำงานภายใต้ความเชื่อมั่นและมั่นใจว่า คนไทยและคนหลากหลายเชื้อชาติ สามารถช่วยเหลือกันเองได้ เพียงรู้เรื่องราวและตัดสินใจแบ่งปันเงิน ข้าวของและโอกาส โดยที่ มูลนิธิอิสรชน ยินดีเป็นเสมือนสะพานในการเชื่อมโยงสิ่งเหล่านั้นเข้าถึงกัน ท่านสามารถสนับสนุนงบประมาณด้านต่าง ๆ ได้แก่

- ค่าตอบแทนคนทำงาน
- ค่าใช้จ่ายสำนักงาน
- ค่าใช้จ่ายการทำงานภาคสนาม
- ค่าใช้จ่ายพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ยากไร้
และอื่น ๆ ตามที่ท่านเห็นสมควร ซึ่งงบประมาณในการทำงานปกติที่ มูลนิธิอิสรชนใช้จ่ายอยู่เป็นเงินที่มาจากการบริจาค 100 % จากคนที่เชื่อมั่นและติดตามการทำงานของมูลนิธิอิสรชน มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในแต่ละเดือนจะมีรายจ่ายไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท ต่อเดือน


ใครอยากทำบุญ ในการทำงานกับผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ยังต้องการการมองเห็นจากสังคม การสนับสนุนจากสังคม ไม่ว่าจะด้วยแรงกาย การมาร่วมเป็นอาสาสมัคร เพราะเราเชื่อว่าการแบ่งปัน เรียนรู้ ไม่มีที่สิ้นสุด ติดต่อได้ที่ 086-687-0902 ค่ะ สอบถามข้อมูลนิธิอิสรชนหรือ แม้แต่แรงทุน การสนับสนุนการทำงาน
1.สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน เลขที่บัญชี 031-0-03432-9 ธ. กรุงไทย สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า หรือ
2. มูลนิธิอิสรชน 182-2-16241-6 ธ.ทหารไทย สาขาทองหล่อ